ลานอิสรภาพ ๑๐๙ (อ่างทอง) ตามรอยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช สู่แลนด์มาร์กแห่งศรัทธาและความสำเร็จ ต.สายทอง อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง
ที่นี่อ่างทอง ... พามาสัมผัสสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์และมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์อีกแห่งหนึ่ง นั่นก็คือ ลานอิสรภาพ ๑๐๙ ลานแห่งความจักรักภักดี ตั้งอยู่ที่ ต.สายทอง อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง
ลานอิสรภาพ ๑๐๙ แห่งนี้ ถูกริเริ่มสร้างโดย อ.ถวัลย์ เมืองช้าง ด้วยแรงศรัทธาอันยิ่งใหญ่ เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช และทหารกล้าทุกท่านที่ได้เสียสละเลือดเนื้อเพื่อปกป้องเอกราชของชาติไทยในอดีต สถานที่แห่งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่พื้นที่ แต่เป็นดั่งศูนย์รวมจิตใจของผู้รักชาติและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์
เมื่อได้ก้าวเข้ามาในลานอิสรภาพ ๑๐๙ จะสัมผัสได้ถึงความสงบและบรรยากาศที่เปี่ยมไปด้วยพลังงานแห่งความกล้าหาญและความเสียสละ ที่นี่มีองค์พระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราชประดิษฐานอย่างสง่างาม ให้เราได้มาสักการะและน้อมรำลึกถึงพระปรีชาสามารถของพระองค์ท่าน
นอกจากนี้ ลานอิสรภาพ ๑๐๙ ยังเป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ชั้นดี เพราะมีการจัดแสดงข้อมูลและเรื่องราวเกี่ยวกับวีรกรรมของสมเด็จพระนเรศวรฯ ในพื้นที่แห่งนี้ซึ่งเชื่อกันว่าพระองค์เคยเสด็จมาประทับ และเป็นจุดเริ่มต้นของการรวมพลเพื่อกอบกู้เอกราชในสมัยกรุงศรีอยุธยา ทำให้เราได้เข้าใจถึงความยากลำบากและการต่อสู้ของบรรพบุรุษมากยิ่งขึ้น
เรื่องราวและความหมายของการจัดสร้าง องค์พระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงหลั่งน้ำประกาศอิสรภาพ ก่อนอื่นต้องย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้นแห่งการกอบกู้ชาติ ณ เมืองแครง เพื่อเล่าถึงวีรกรรมที่แสดงถึงความกล้าหาญสูงสุดของ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช นั่นคือเหตุการณ์ การประกาศอิสรภาพและทรงหลั่งน้ำทักษิโณทก
สมเด็จพระนเรศวรฯ ทรงยก พระเต้าทองคำ ขึ้น หลั่งน้ำลงสู่แผ่นดิน พร้อมกับประกาศก้องเป็นภาษาไทยและภาษามอญว่า... "ตั้งแต่นี้ต่อไป กรุงศรีอยุธยา ขาดจากไมตรีกับหงสาวดี มิได้เป็นประเทศราชของหงสาวดีอีกต่อไปแล้ว!" ... การหลั่งน้ำทักษิโณทกในครั้งนั้น คือการทำพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ตามโบราณราชประเพณี เป็นการประกาศต่อเทพยดาฟ้าดินและมนุษย์ทั้งปวงว่า ไทยได้ตัดขาดความสัมพันธ์และอำนาจการปกครองจากพม่าอย่างเป็นทางการ
อนุสาวรีย์ทรงหลั่งน้ำประกาศอิสรภาพ จึงเป็นสัญลักษณ์แห่งการเริ่มต้นใหม่ เป็นจุดกำเนิดของอิสรภาพที่คนไทยทุกคนภาคภูมิใจ และเป็นเครื่องเตือนใจถึงความกล้าหาญเด็ดเดี่ยวของพระองค์ที่ยอมเดิมพันด้วยทุกสิ่งเพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรีของแผ่นดิน ... นี่คือความหมายที่ซ่อนอยู่ในน้ำหนึ่งหยดที่ถูกหลั่งไปในวันนั้น น้ำมนต์แห่งอิสรภาพที่หล่อเลี้ยงชาติไทยมาจนถึงทุกวันนี้ครับ
----------
เรื่องราวและความหมายของการจัดสร้าง องค์พระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงยิงปืนข้ามแม่น้ำสะโตง ... หากย้อนเวลากลับไปสู่ช่วงเวลาแห่งความเป็นความตายของชาติ กับวีรกรรมอันยิ่งใหญ่ที่ถูกจารึกไว้ตลอดกาล นั่นคือ "การยิงปืนข้ามแม่น้ำสะโตง" ของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช หลังจากที่พระองค์ทรงประกาศอิสรภาพ ณ เมืองแครง ทัพไทยได้เร่งเดินทางกลับมาตุภูมิอย่างยากลำบาก โดยมีกองทัพพม่าที่นำโดย สุรกำมา ไล่ติดตามมาอย่างกระชั้นชิด จุดเผชิญหน้าสำคัญคือ แม่น้ำสะโตง ซึ่งเป็นพรมแดนที่หากข้ามไปได้ ทัพพม่าก็จะสามารถตามมาตีทัพไทยได้อย่างง่ายดาย
ในช่วงเวลาที่วิกฤตที่สุดนั้นเอง สมเด็จพระนเรศวรฯ ก็ทรงแสดงปรีชาญาณอันเป็นเลิศ พระองค์มิได้ทรงรอให้ข้าศึกข้ามมาถึง แต่กลับทรงเสด็จออกไปประทับที่ริมน้ำ และทรงใช้ ปืนคาบศิลา ยิงข้ามสายน้ำกว้างใหญ่ไป ... ปืนนัดเดียว พุ่งตรงไปถูก สุรกำมา แม่ทัพพม่าผู้เป็นหัวเรือใหญ่ถึงแก่ความตายทันที ... การยิงปืนเพียงนัดเดียวนี้ ไม่ได้ทำลายแค่ชีวิตแม่ทัพ แต่ทำลายขวัญและกำลังใจของกองทัพพม่าทั้งหมด ทำให้พวกเขาต้องยกทัพล่าถอยไปโดยสิ้นเชิง
ดังนั้น องค์พระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงยิงปืนข้ามแม่น้ำสะโตง จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะนี่คือ สัญลักษณ์แห่งชัยชนะอันเด็ดขาด เป็นเครื่องเตือนใจว่า เอกราชของชาติไทยนั้น ได้มาด้วยพระปรีชาสามารถอันสูงส่งและบุญญาธิการขององค์มหาราชอย่างแท้จริง
----------
เรื่องราวและความหมายของการจัดสร้าง องค์พระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราช สงครามยุทธหัตถี ... เกิดขึ้นที่ หนองสาหร่าย จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นการรบครั้งใหญ่ ที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราช พร้อม พระยาไชยานุภาพ (ควาญช้างคู่พระทัย) ผู้ควบคุมช้างศึก เจ้าพระยาปราบหงสาวดี ได้วิ่งฝ่าเข้าไปในวงล้อมของข้าศึก จนกระทั่งไปประจันหน้ากับ พระมหาอุปราชา โอรสของพระเจ้าหงสาวดี
.
พระองค์ทรงตัดสินพระทัยท้า พระมหาอุปราชา กระทำยุทธหัตถี การรบตัวต่อตัวบนคอช้าง เป็นการเดิมพันด้วยเกียรติยศและชะตากรรมของสองแผ่นดิน และจบลงด้วยชัยชนะอันเด็ดขาดของสยาม เมื่อสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงใช้ พระแสงของ้าว ฟันถูกพระมหาอุปราชาสิ้นพระชนม์บนคอช้าง
พระองค์ทรงตัดสินพระทัยท้า พระมหาอุปราชา กระทำยุทธหัตถี การรบตัวต่อตัวบนคอช้าง เป็นการเดิมพันด้วยเกียรติยศและชะตากรรมของสองแผ่นดิน และจบลงด้วยชัยชนะอันเด็ดขาดของสยาม เมื่อสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงใช้ พระแสงของ้าว ฟันถูกพระมหาอุปราชาสิ้นพระชนม์บนคอช้าง
.
การจัดสร้าง องค์พระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราช สงครามยุทธหัตถี จึงสะท้อนถึง จุดสิ้นสุดของสงคราม และ ความกล้าหาญเหนือมนุษย์ เป็นสัญลักษณ์ที่ทำให้ชื่อของพระองค์ถูกจารึกในฐานะ "มหาราช" ผู้ทรงกอบกู้แผ่นดิน ศึกยุทธหัตถี คือบทสรุปของความเป็นผู้ยิ่งใหญ่ ของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
หลังจากที่เราได้เล่าเรื่องราว ประวัติการจัดสร้างองค์พระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทั้ง 3 พระองค์แล้ว จะเปลี่ยนบรรยากาศจากการรบ มาสู่โลกแห่งศิลปะและความศรัทธา ณ ห้องจัดแสดงผลงานปฏิมากรรมและงานศิลป์ ที่รวบรวมชิ้นงานอันวิจิตรตระการตาเอาไว้มากมาย ผลงานเหล่านี้เป็นฝีมือการสร้างสรรค์จาก อ.ถวัลย์ เมืองช้าง (ผู้ริเริ่มสร้างลานอิสรภาพ ๑๐๙) และเป็นผู้ก่อตั้งโรงหล่อระดับแนวหน้าอย่าง โรงหล่อ เอเชียไฟน์อาร์ท จำกัด
การจัดสร้าง องค์พระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราช สงครามยุทธหัตถี จึงสะท้อนถึง จุดสิ้นสุดของสงคราม และ ความกล้าหาญเหนือมนุษย์ เป็นสัญลักษณ์ที่ทำให้ชื่อของพระองค์ถูกจารึกในฐานะ "มหาราช" ผู้ทรงกอบกู้แผ่นดิน ศึกยุทธหัตถี คือบทสรุปของความเป็นผู้ยิ่งใหญ่ ของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
-----------
หลังจากที่เราได้เล่าเรื่องราว ประวัติการจัดสร้างองค์พระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทั้ง 3 พระองค์แล้ว จะเปลี่ยนบรรยากาศจากการรบ มาสู่โลกแห่งศิลปะและความศรัทธา ณ ห้องจัดแสดงผลงานปฏิมากรรมและงานศิลป์ ที่รวบรวมชิ้นงานอันวิจิตรตระการตาเอาไว้มากมาย ผลงานเหล่านี้เป็นฝีมือการสร้างสรรค์จาก อ.ถวัลย์ เมืองช้าง (ผู้ริเริ่มสร้างลานอิสรภาพ ๑๐๙) และเป็นผู้ก่อตั้งโรงหล่อระดับแนวหน้าอย่าง โรงหล่อ เอเชียไฟน์อาร์ท จำกัด
ผลงานที่จัดแสดงนี้ ไม่ได้มีเพียงแต่ท่านอาจารย์ถวัลย์เท่านั้น แต่ยังเป็นผลงานจาก คณะอาจารย์และศิลปินชั้นนำอีกหลายท่าน ที่ได้สร้างสรรค์ผลงานเกี่ยวกับสมเด็จพระนเรศวรมหาราช พระบรมวงศานุวงศ์ และผลงานอื่นๆ ออกมาอย่างประณีตและเปี่ยมด้วยจิตวิญญาณ
ผลงานทุกชิ้นผ่านการหล่อมาจาก โรงหล่อเอเชียไฟน์อาร์ท จำกัด ซึ่งเป็นที่ยอมรับในวงการศิลปะไทย ด้วยประสบการณ์และความชำนาญในการหล่อโลหะสำริดและทองเหลือง ทำให้มั่นใจได้ว่า ทุกผลงานที่จัดแสดงนั้น มีความงดงามและถูกต้องตามหลักประติมานวิทยาอย่างสูงสุด
และ สำหรับผู้ที่สนใจ ผลงานปฏิมากรรมชิ้นงามเหล่านี้ ยังเปิดให้ทุกท่านสามารถเช่าบูชาได้ รายได้ทั้งหมดจากการเช่าบูชา จะนำไปสมทบทุนในโครงการอันยิ่งใหญ่ คือ การจัดสร้างองค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงหลั่งน้ำประกาศอิสรภาพ ความสูง 109 เมตร
นี่จะเป็นองค์พระบรมรูปที่ สวยงามและสูงใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ทุกชิ้นงานศิลป์ที่คุณได้เช่าบูชา จึงเป็นส่วนหนึ่งในการเติมเต็มความศรัทธา และสร้างมรดกทางประวัติศาสตร์ให้ยิ่งใหญ่ยืนยงสืบไปครับ
------------
กราบสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่จะเป็นประตูนำพาความสำเร็จเข้าสู่ชีวิต นั่นก็คือ องค์พระพิฆเนศ ที่ประดิษฐานอย่างสง่างามบริเวณทางเข้า ลานอิสรภาพ ๑๐๙ ที่นี่คือแลนด์มาร์กศักดิ์สิทธิ์ เป็นจุดรวมศรัทธาของผู้คน ที่ต่างเดินทางมาขอพรจาก องค์พระพิฆเนศ ปางประทานพร เทพแห่งความสำเร็จและผู้ขจัดอุปสรรค ผู้คนที่มาขอพรที่นี่ล้วนศรัทธาในพลังของพระองค์ในการช่วยให้ชีวิตก้าวไปข้างหน้าในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็น เรื่องการงาน ขอให้การเริ่มต้นทำธุรกิจ กิจการราบรื่น เรื่องการเงิน ขอให้ทำมาค้าขายร่ำรวย มีโชคลาภ และแม้กระทั่ง เรื่องความรัก
บรรยากาศภายในลานเต็มไปด้วยความสงบ ร่มเย็น และมีจุดให้สักการะเพื่อความเป็นสิริมงคลมากมาย เป็นที่ที่เหมาะทั้งสายมู และสายบุญที่อยากเริ่มต้นความปังในชีวิต สายมูต้องห้ามพลาด ไหว้ พระพิฆเนศ ลานอิสรภาพ ๑๐๙ จังหวัดอ่างทอง เพื่อให้ชีวิตมีแต่ความสำเร็จและราบรื่นในทุกย่างก้าวครับ
----------
คราวนี้เราจะพาพักผ่อนสบาย ๆ ในโซนใหม่ล่าสุด ที่กำลังจะพัฒนาเป็น ตลาดน้ำ แห่งใหม่ของอ่างทองครับ ไฮไลต์ที่เราจะพาไปสัมผัสความสุขแบบเต็มอิ่มก็คือ 109 Caf'e Buffalo คาเฟ่สุดชิคที่บริหารโดย พี่ปัญญา และ พี่บุ๋ม ครับ
ม่ว่าจะสั่งเครื่องดื่มอร่อย ๆ มานั่งจิบให้สดชื่น หรือแค่นั่งพักผ่อนในห้องแอร์เย็น ๆ ก่อนเดินทางกลับ ก็เป็นการปิดท้ายทริปด้วยความสุขอย่างสมบูรณ์แบบ
.
คาเฟ่แห่งนี้เปิดต้อนรับทุกวันตั้งแต่ 09.00 - 17.00 น..
ติดต่อสอบถามได้ที่081 - 929 0684
.
📍 GPS : ลานอิสรภาพ ๑๐๙ ต.สายทอง อ.ป่าโมก
โทร: 081-265-4523
Facebook: ลานอิสรภาพ ๑๐๙
LineOA: @ลานอิสรภาพ ๑๐๙
Tiktok: @projectkingnaresuan109







































ดีมากเลยค่ะ
ตอบลบ